1 / 19
ข้อมูลที่เป็นทางการของหน่วยงานรัฐ :
ปรับปรุงข้อมูลโดย : dtsatun001
สังกัด : ศูนย์ปฏิบัติการส่วนกลาง
มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยกรมการท่องเที่ยว
ขณะนี้ปิดทำการ
ชุมชนท่องเที่ยวบ้านพญาบังสา
ชุมชนท่องเที่ยวบ้านพญาบังสา หมู่ที่ 5 ต.ควนโพธิ์ อ.เมือง จ.สตูล ต.ควนโพธิ์ อ.เมืองสตูล จ.สตูล
0 คะแนน ( 0 รีวิว )
รายละเอียด
กลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เขาพญาบังสา ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ต.ควนโพธิ์ เป็นกลุ่มที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในชุมชน โดยใช้กระบวนการของงานวิจัย (ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เขาพญาบังสา) ได้รับกาสนับสนุนจาก กองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)มาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน เริ่มตั้งแต่ปี 2551 และเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อ วันที่ 30 กันยายน 2553 และได้มีการก่อสร้างที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวชุมชน ห้องประชุม โรงอาหาร จากการลงหุ้นของสมาชิก ภายในศูนย์ มีการจัดการองค์ความรู้ที่หลากหลาย เช่น กิจกรรมการเรียนรู้การทำนาอินทรีย์ (Organic rice) กิจกรรมการเรียนรู้การผลิตแก๊สชีวภาพเพื่อใช้เอง กิจกรรมการเรียนรู้การผลิตปุ๋ยชีวภาพ และการทำน้ำหมักชีวภาพ (enzyme) นอกจากนี้ยังได้มีการเชื่อมโยงฐานการเรียนรู้ของกลุ่มต่างๆ ที่มีอยู่ในตำบล เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน เกิดการกระจายรายได้ที่หลากหลายสู่กลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มรถสามล้อพ่วง กลุ่มแม่บ้านทำอาหาร และของฝากจากนาอินทรีย์ เป็นต้น โดยจำแนกฐานการเรียนรู้ด้านต่างๆดังนี้

ด้านวิถีชีวิต ภูมิปัญญา วัฒนธรรม
- เป็นการจัดการเรียนรู้โดยใช้โฮมสเตย์ของชาวบ้านในชุมชนเป็นฐานการจัดการเรียนรู้ ด้านประวัติศาสตร์ชุมชน , ตำนานเรื่องเล่า , การละเล่น เป็นต้น
- ใช้กลุ่มยานพาหนะ สามล้อพ่วงข้าง นำเที่ยววิถีชุมชน

ด้านการเกษตร
- ใช้ฐานการเรียนรู้ของกลุ่มเกษตรกร เช่น กลุ่มเลี้ยงแพะ แกะ , กลุ่มเลี้ยงปลา , เกษตรกรภูมิปัญญา, วิศวะกร ป.4 ผลิตเครื่องจักรใช้เองเพื่อผลิตข้าวกล้องจากนาอินทรีย์ , กลุ่มออมทรัพย์ที่ยั่งยืนบนวิถีพอเพียง เป็นต้น

ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
- ฐานการเรียนรู้ทางโบราณวัตถุ เช่น ถ้วยชาม และของใช้โบราณสมัยกรุงสุโขทัย เป็นต้น
- ชมถ้าพญาบังสา มีประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับชุมชนดั่งเดิมของตำบลควนโพธิ์
- เส้นทางเดินป่าสุวังไม้ไผ่ ศึกษาธรรมชาติสัตว์ป่า และพันธุ์ไม้ ชมความงามหินงอกหินย้อยในบริเวณวังไม้ไผ่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกะทะ
- หอดูนก ที่หนองปลักพระยา ของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองปลักพระยาและเขาระยาบังสา ศึกษาธรรมชาติของนกน้ำ , นกย้ายถิ่นข้ามทวีป หลายร้อยชนิด

จากที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่า กลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เขาพญาบังสา เป็นกลุ่มที่บูรณาการกับการเรียนรู้กลุ่มต่างๆ ที่อยู่ในตำบลควนโพธิ์อย่างลงตัว ตามปรัชญา สร้างโอกาส พัฒนาคน ชุมชนเข้มแข็ง
ประวัติ
บ้านควนโพธิ์ มีเรื่องเล่าสืบต่อกันว่า ในพื้นที่ทุ่งปาดังกลิง ในสมัยก่อนเป็นท้องทะเลอันกว้างใหญ่ มีเรือสำเภาลำแรกเข้ามา ผู้ที่มากับสำเภาลำนี้ได้ขึ้นไปบนเนินควน พบว่าบริเวณยอดเนินสูงมีต้นโพธิ์ต้นใหญ่อยู่ จึงเรียกสถานที่แห่งนั้นว่า "ควนโพธิ์" (ควน แปลว่า ที่สูง) เส้นทางที่สำเภาเข้าออกระหว่างทะเลแห่งนี้กับทะเลอันดามัน คือเส้นทางตามลำคลองน้ำพระซึ่งในอดีตจะกว้างใหญ่กว่าในปัจจุบัน ต่อมามีผู้คนเข้ามาอาศัยบริเวณริมเนินแห่งนี้ด้านทิศตะวันออก ซึ่งอยู่ริมฝั่งทะเลทุ่งปาดังกลิง ทะเลทุ่งปาดังกลิงจึงมีเรือสำเภาเข้าออกอยู่เป็นประจำครั้งหนึ่งมีเรือสำเภาลำหนึ่งแล่นอยู่กลางทะเลทุ่งปาดังกลิงเพื่อเข้ามาที่บ้านควนโพธิ์ โดนพายุทำให้ใบเรือพัดพาเรือไปตามลมที่แรง ไปติดที่ภูเขาลูกหนึ่ง จึงเรียกภูเขาลูกนั้นว่า "เขาบังใบ" (ภูเขาบังใบ) ซึ่งได้บังใบเรือสำเภาไว้ไม่ให้ลอยต่อไปได้อีก

ส่วนลูกรอกชักใบเรือได้ตกก่อน สถานที่ลูกรอกตกคือ"เขาลูกรอก"(ภูเขาลูกรอก)อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของของเขาบังใบ สำเภาจมลงใต้น้ำปัจจุบันเรียกสถานที่ที่สำเภาจมว่า "เกาะเภา" (เกาะสำเภา)อยู่ด้านทิศตะวันออกของชุมชนบ้านใหม่ หมูที่ 5 ต.ควนโพธิ์ บริเวณเขาน้อยด้านทิศตะวันออกเขาเล่ากันว่าสถานที่แห่งนี้มีปลาแดงชุกชุมมาก ผู้คนในอดีตชอบมาตกปลาที่นี่ ต่อมาพื้นที่แห่งนี้ได้ตื้นเขินลง จระเข้ที่อาศัยในทะเลแห่งนี้ก็ได้ไปอาศัยในลุ่มน้ำแห่งหนึ่งปัจจุบันเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า "ปลักเข้" (อยู่ที่ทุ่งนาบ้านใหม่) ด้านทิศตะวันออกของร้านอาหารนกน้ำรีสอร์ท จ.สตูล

ในสมัยก่อนหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่บนยอดควน ซึ่งสูงใหญ่และมีอายุนับร้อยปี สามารถมองเห็นได้จากระยะไกลหลายกิโลเมตร คนในหมู่บ้านตลอดจนคนที่เดินทางผ่านไปมา เลยเรียกหมู่บ้านแห่งนี้ว่าบ้านควนโพธิ์มาจนถึงปัจจุบัน

บ้านควนโพธิ์ตั้งอยู่ในตำบลควนโพธิ์เป็นตำบลที่มีพื้นที่ ที่ติดภูเขาและทะเลจึงมีตำนานความเชื่อมากมาย จนกลายเป็นเรื่องเล่าสืบทอดกันมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน

กำเนิดเขาพญาบังสา เขาพญาบังสา มีเรื่องเล่าอีกแนวหนึ่งว่า มีพญาองค์หนึ่งได้ล่องเรือสำเภามาจากฝั่งอันดามัน ผ่านมาทางอ่าวทางทิศตะวันออกของตำบลควนโพธิ์ ซึ่งมีความเชื่อว่าพื้นที่แห่งนี้สมัยก่อนเป็นทะเลน้ำเค็มทอดยาวมาจากตัวเมืองสตูลผ่านบริเวณเขาพญาบังสา เมื่อล่องเรือสำเภามาถึงบริเวณเขาพญาบังสา (ซึ่งแต่เดิมยังไม่มีชื่อ) เรือได้ถูกพายุจนทำให้เรือแตกและถูกคลื่นสัด องค์พญาบังสาไปติดอยู่ที่เขาพญาบังสา ก็เลยได้ตั้งชื่อเขาแห่งนี้ว่าเขาพญาบังสา ส่วนภรรยาน้อย ได้ถูกคลื่นสัดไปติดยังบริเวณเขาน้อย ก็เลยถูกตั้งชื่อว่าเขาน้อย ซึ่งปัจจุบันได้เพี้ยนไปเป็นชื่อเขาน้อม ส่วนภรรยาหลวง ได้ถูกคลื่นสัดไปติดอยู่ที่เขาเกตรี (บูเก็ตปุตรี หมายถึงนางพญา) ส่วนของใบเรือได้ถูกคลื่นสัดไปติดยังเขาบังใบ อยู่ทางทิศใต้ของตำบลควนโพธิ์ บริเวณหมู่ที่ 1 ส่วนของกระโดงเรือและลูกรอกก็ได้ถูกสัดไปติดยังเขาลูกรอก ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของเขาบังใบส่วนลำเรื่อสำเภาก็ได้จมลงยังพื้นที่ทางทิศตะวันออกของบริเวณพื้นที่หมู่ที่ 5 ต.ควนโพธิ์ เลยได้ถูกตั้งชื่อว่าเกาะสำเภา หรือเกาะเภา ได้ถูกเรียกมาจนถึงปัจจุบัน และบริเวณเขาน้อยด้านทิศตะวันออกเล่าลือกันว่าสถานที่แห่งนี้มีปลาแดงชุกชุมมาก ผู้คนในอดีตชอบมาตกปลาที่นี่ ต่อมาพื้นที่แห่งนี้ได้ตื้นเขินลง จระเข้ที่อาศัยในทะเลแห่งนี้ก็ได้ไปอาศัยในลุ่มน้ำแห่งหนึ่งปัจจุบันเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า "ปลักเข้" (อยู่ที่ทุ่งนาบ้านใหม่) ด้านทิศตะวันออของหมู่ที่ 5 บ้านใหม่ จากหลักฐานทางโบราณคดี และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีการขุดค้นพบถ้าชามเครื่องสังข์โลก สมัยโบราณอาจเป็นไปได้ว่า พื้นที่แห่งเคยเป็นทะเลมาก่อนจริง

พับแพว เมืองเร้นลับบนเขาพญาบังสา นายหมูดเป็นชายหนุ่มรูปงาม อายุประมาณ 19 ปี มีอาชีพรับถ่อเรือจ้างบริเวณทุ่งปาดังกลิง ระหว่าง ควนโพธิ์กับฉลุง อยู่มาวันหนึ่งถอเรือจนมืดค่ำ ได้พบกับชายชราคนหนึ่งขออาศัยเรือกลับมาด้วย พอมาถึงท่าเทียบเรือชายชราคนนั้นบอกว่า ให้นำกุ้งเสียบ หอย ไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง แล้วจะได้พบกับของดี แต่นายหมูดไม่ยอมทำตาม ชราคนนั้นก็มาหาหลายครั้ง นายหมูดก็ได้ทำตามคำบอกเล่าทำให้เขาได้พบกับผู้หญิงรูปงามผมยาวสลวย หลังจากนั้นนายหมูดก็ลืมตัวไป มารู้สึกตัวอีกที่ก็อยู่ อยู่ ณ เมืองแห่งหนึ่ง ซึ่งพวกเราเรียกว่าเมืองพับแพรว สภาพทั่วไปที่เห็นจะมีตลาดนัด มีการทำนา มีการปลูกผัก สภาพทั่วไปของเมืองนี้ก็เหมือนกับบ้านของเรา แต่เมืองนี้มีข้อแม้ว่าทุกคนห้ามพูดโกหก มิฉะนั้นจะอยู่ที่เมืองแห่งนี้ไม่ได้ นายหมูดก็อยู่กับผู้หญิงสวยคนนี้ดั่งสามีภรรยา ทำนา ทำสวน เหมือนกับวิถีชีวิตทั่วไป จนกระทั้งได้ลูก หญิงหนึ่งคน ชายหนึ่งคน อยู่มาวันหนึ่งตอนที่ได้ ภรรยาได้ไปเก็บแตงโม ปล่อยให้นายหมูดเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านตามลำพัง ลูกคนนี้ก็ร้อง ไม่ยอมหยุด นายหมูดไม่รู้จะทำยังไง ก็ได้พูดไปว่า “หยุดร้องโล้ก โดม๊ะมาแล้ว แน่ง แน่ง” ทันใดนั้น ภรรยาที่เก็บแตงอยู่ ก็รู้โดยสัญชาติญาณ ของคนธรรณ์ ว่าสามีของตนได้พูดโกหกไปแล้ว ก็เลยวิ่งกลับมาบ้านด้วยความเสียใจ นายหมูดเองก็รู้สึกตัวเอง ก็เสียใจเหมือนกัน ภรรยาก็บอกนายหมูดว่าถึงเวลาแล้วที่นายหมูดจะต้องกลับไปบ้านเดิมที่เคยอยู่ นายหมูดก็ขออ้อนว่า แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะกฎของคนธรรณ์ไม่สามารถแก้ไขได้ หลังจากนั้นต่างคนต่างๆ ล่ำลาด้วยความอาลัย และเสียใจอย่างสุดซึ้ง ก่อนเดินทางกลับภรรยาและญาติพี่น้อง ก็ได้มอบของฝากแก่นายหมูดซึ่งเป็นขมิ้น แล้วนายมูดก็เอาของฝากนั้นผูกมัดใส่ในชายผ้าขาวม้า แล้วก็เดินกลับด้วยความเสียใจ ทำไม่สนใจกับของฝากมากนัก ระหว่างเดินทางกลับ ขมิ้นก็ตกหล่นหายไปทีละน้อย ที่ละน้อย จนมาถึงบ้านนายหมูดก็โยนผ้าขาวม้าไปไว้ที่ซองตู (ข้างประตูบ้าน) ด้วยความเสียใจที่ต้องจากภรรยาและลูกมา จึงไม่สนใจกับของฝากนั้นเลย หลังจากนั้นหลายวันก็มาเปิดดูด้วยความคิดถึงภรรยาและลูก ขมิ้นที่เหลืออยู่น้อยนิด กลับกลายเป็นทองขึ้นมา หลังจากนั้นนายหมูดก็กลายเป็นคนเจ้าชู้ แต่ว่ามีภรรยากี่คนก็เสียชีวิตหมดทุกคน ยกเว้นนางม๊ะ ดำพิลาภรรยาคนปัจจุบันที่อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า มีลูกด้วยกันทั้งหมด 6 คน ทุกๆ ปีลูกที่ได้กับคนธรรณ์ จะมาเยี่ยมทุกปี โดยครอบครัวของนายหมูดเท่านั้นที่เห็น ตอนที่แกเสียชีวิต ก็มีคนเห็นลูกคนธรรณ์มาไว้อาลัยด้วยเช่นกัน และเป็นที่น่าแปลกใจ ลูกชายของนายหมูด คือ นายหมาด ดำพิลา เป็นคนที่มีความชำนาญในเรื่องของการจับปลา อาจจะเป็นเพราะมีพี่น้องเป็นพับแพรว

พญางอกเขี้ยว อีกหนึ่งเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่ากาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีกษัตริย์องค์หนึ่ง ครองเมืองแถบเมืองไทรบุรี เป็นกษัตริย์ ที่เอาพระทัยตนเองเป็นที่ตั้ง มีอารมณ์ฉุนเฉียว อยู่มาวันหนึ่งแม่ครัวทำอาหารเกิดอุบัติเหตุมีดบาดมือ เลือดจึงหยดลงไปในอาหาร ทำให้ใหม่ก็ไม่ทัน กษัตริย์เมื่อลิ้มรสอาหารก็ชอบมาก วันหนึ่งอาหารไม่อร่อย จึงเรียกแม่ครัวมาถามก็ได้ความจริงว่า เพราะเลือดได้หยดลงไปในจาน พระองค์จึงรับสั่งให้ แม่ครัวทำอาหารโดยใส่เลือดลงไปทุกครั้ง ซึ่งปฏิบัติอย่างนี้เป็นเวลานาน เมื่อหาเลือดไม่ได้จึงต้องสั่ง หาเลือดจากชาวเมืองไม่นานกษัตริย์องค์ก็มีเขี้ยวงอกออกมา ชาวบ้านไม่พอใจจึงขับไล่ออกจากเมือง รายาเบอร์ซียงหรือ พญางอกเขี้ยว เมื่อถูกไล่ก็มาอยู่ที่สตูล เขาพญาบังสา หลังจากนั้นก็ถูกไล่อีก ก็เลยหนีไปอยู่ที่ทะเลบันแต่ก็ยังถูกรุมล้อมไล่อีก จึงสาปแช่ง หากวังถูกเผาขอให้บริเวณนั้นยุบหายลงไปในแผ่นดิน ด้วยเหตุนี้จึงเรียกภูเขาที่พระองค์มาอยู่ครั้งแรกว่า “บูเก็ตรายาบังสา” หรือเขาพญาบังสา ซึ่งเป็นนามของกษัตริย์องค์นี้ส่วนคำว่า “รายาเบอร์ซียง” นั้น เป็นนามที่เรียกกันภายหลังที่พระองค์งอกเขี้ยวแล้ว ส่วน วังภูผาที่ยุบลงไปตามที่แช่งไว้นั้น ก็ได้ชื่อว่า “ทะเลบัน”

โต๊ะกราหมาด เป็นเรื่องเล่าที่ชาวตำบลควนโพธิ์เชื่อถือและเล่าต่อกันมาจนถึงรุ่นปัจจุบันคือ พญาบังสา คือพญางูใหญ่ (ที่ชาวบ้านเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โต๊ะกราหมาด) ซึ่งคอยปกปักรักษาภูเขาลูกนี้ ตลอดจนหมู่บ้านแห่งนี้ ให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข โดยเล่าว่า พญาบังสา มีภรรยาของสอง โดยภรรยาหลวงอยู่เขาเกตรี (บูเก็ตปุตรี หมายถึงนางพญาภรรยาหลวง) และมีภรรยาน้อย คือ เขาน้อย (เป็นสถานที่ตั้งวัดเขาน้อมโพธิญาณในปัจจุบัน) ในสมัยก่อนพญาบังสาจะเลื้อยไปหาภรรยาหลวงที่เขาเกตรี ในฤดูน้ำหลาก จนทำให้คนพบเห็นอยู่บ่อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นร่องรอยที่เลื้อยผ่าน บางคนเล่าว่าเคยเห็นเลื้อยผ่านถนนเวลากลางคืน เป็นงูมีหงอนตัวใหญ่ขนาดเท่าต้นมะพร้าว ในปัจจุบันก็ยังมีผู้พบเห็นอยู่บ่อยๆ บางคนบอกว่าท่านเคยมาให้เห็นในฝันเป็นผู้เฒ่าใส่ชุดขาวห่มขาว ซึ่งความจริงเป็นยังไงก็ยังเป็นเรื่องที่ลี้ลับจนถึงปัจจุบัน

ความเชื่อของคนสมัยก่อน ที่ปากถ้ำทางทิศใต้ของภูเขาพญาบังสา มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่เลื่องลือมาแต่โบราณกาล เรียกว่า “ปากถ้ำ” บริเวณนี้จะมีสายน้ำไหลตลอดปี ยิ่งในฤดูฝนน้ำท่วมล้นบริเวณ ทำให้ปูและปลา และสัตว์น้ำอื่นๆ ออกมาเวียนว่ายมากมาย มีความอุดมสมบูรณ์มาก เป็นอาหารของผู้คนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ในละแวกนั้น สายน้ำที่ไหลออกมาจากปากถ้ำภูเขาพญาบังสาชาวบ้านเชื่อกันว่าไหลมาจากเมืองพับแพว ผู้ใดได้อาบกินก็จะเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง นอกจากนี้เวลาเจ็บไข้ได้ป่วย ยังมีการบนบานศาลกล่าว ทำขนมนมเนย ข้าวตอก ดอกไม้ มาแก้บนกันอยู่เนืองๆ และเป็นที่น่าประหลาดใจ คนที่บนบานสานกล่าวจะได้รับพรเสมอไป อาการเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะหาย สมัยก่อนถ้ามีมหรสพ ผ่านหน้าภูเขาลูกนี้จะต้องมีการบนบานสานกล่าวขอเจ้าที่เจ้าทางจึงสามารถผ่านไปได้ มิเช่นนั้นจะมีอันเป็นไปต่างๆ นาๆ ในอดีตเคยมีผู้คนเข้าไปยังภายในถ้ำน้ำแห่งนี้ โดยการว่ายน้ำเข้าไปสักระยะ บางช่วงก็ต้องดำน้ำด้วย ภายในถ้ำมีความมืดมาก ต้องใช้ไฟฉายเพื่อดูต้นทาง ผู้คนเล่าว่าเมื่อเข้าไปถึงจะพบกับถ้ำขนาดใหญ่ มีหินงอกหินย้อย ลักษณะคล้ายหัวช้างเผือก สวยงามมาก แต่ในระยะหลังบริเวณหน้าปากถ้ำมีความคับแคบเนื่องจากหินงอกหินย้อย ย้อยลงมาปิดปากถ้ำ ทำให้ปากถ้ำแคบลงไปมากไม่สามารถเข้าไปยังภายในถ้ำได้

สระอโนดาต อีกเรื่องราวหนึ่งที่มิอาจพิสูจน์ได้ คนสมัยก่อนเล่าว่า ด้านบนของเขาพญาบังสามีสระน้ำขนาดใหญ่ ไม่เคยแห้ง ฝูงปลาเวียนว่ายในสระน้ำมากมาย บริเวณรอบสระน้ำมีนกหลากหลายชนิด มีไข่วางเรียงรายอยู่บริเวณข้างขอบสระ มีความอุดมสมบูรมาก แต่เป็นที่แปลกประหลาดว่า คนที่ได้พบเห็นจะต้องหลงเข้าไปเท่านั้น มีหลายคนที่สนใจอยากรู้ความจริง ได้ขึ้นไปยังเขาพญาบังสา เพื่อหาแหล่งน้ำที่ว่า แต่ไม่เคยมีผู้ใดพบ เรื่องราวของเขาพญาบังสาก็คงยังเป็นตำนาน เรื่องเล่าให้คนรุ่นหลังได้ฟังและยังคงเป็นปริศนาและมีความเร้นลับอีกต่อไปชั่วกาลนาน นี่คือความยิ่งใหญ่ของภูเขาพญาบังสา ปัจจุบันต้นโพธิ์ต้นดังกล่าวโดนโค่นไปแล้ว เนื่องจากอยู่บนที่ดินซึ่งเจ้าของปลูกยางพารา แต่ยังมีต้นโพธิ์อีกต้นที่อยู่คู่บ้านควนโพธิ์มานานอีกต้นหนึ่ง อยู่ภายในบริเวณโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 40 บ้านควนโพธิ์ ที่ยังคงเป็นสัญลักษณ์คู่หมู่บ้านแห่งนี้จนถึงปัจจุบัน
ข้อมูลแนะนำ
เวลาทำการ
วันอาทิตย์
: 08:30 - 18:00
วันจันทร์
: 08:30 - 18:00
วันอังคาร
: 08:30 - 18:00
วันพุธ
: 08:30 - 18:00
วันพฤหัสบดี
: 08:30 - 18:00
วันศุกร์
: 08:30 - 18:00
วันเสาร์
: 08:30 - 18:00
หมายเหตุเวลาทำการ : -
กลุ่มนักท่องเที่ยว
• กลุ่มครอบครัว
• กลุ่มวัยทำงาน
• กลุ่มนักเรียนนักศึกษา / เยาวชน / วัยรุ่น
• กลุ่มมุสลิม
• กลุ่ม MICE / ศึกษาดูงาน
• กลุ่มวิถีชีวิต / ชุมชน / วิถีเกษตร
การเดินทาง
• จักรยาน
• มอเตอร์ไซด์
• รถยนต์
ราคาค่าเข้าชม
• ราคาค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย
• หมายเหตุ : ขึ้นอยู่กับโปรแกรมท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการ
สิ่งอำนวยความสะดวก
โฮมสเตย์
ลานกางเต็นท์
สุขา
มัคคุเทศก์ท้องถิ่น
กิจกรรมการท่องเที่ยว
ท่องเที่ยวเชิงเกษตร
• ท่องเที่ยวสวนเกษตร
ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม
• เรียนรู้วิถีชุมชน
• ท่องเที่ยวโฮมสเตย์
ข้อมูลการติดต่อ
ที่อยู่
ชุมชนท่องเที่ยวบ้านพญาบังสา หมู่ที่ 5 ต.ควนโพธิ์ อ.เมือง จ.สตูล ต.ควนโพธิ์ อ.เมืองสตูล จ.สตูล
เบอร์ติดต่อ
086-4806165
เว็บไซต์
อีเมล
suratphong@gmail.com
แผนที่

 ข้อมูลรีวิว

0
5
4
3
2
1
รีวิวทั้งหมด  :  0 รายการ
เขียนความเห็น
แนะนำข้อมูลที่คุณอาจสนใจ